D-CONTACT ดีคอนแทค อาหารบำรุงสายตา โดยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ได้ใข้สูตรทางวิทยาศาตร์เข้าช่วย ได้รับการรับรอง ที่ได้รับการรับรอง Omni-directional ด้วยการนำเอาสารซานโทฟิว และไกลท๊อกซาทินมาผสาน พร้อมสารอาหารอีกหลายชนิด สูตรนี้ได้นำสารอาหารที่ช่วยเสริมกับสารอาหารอื่นๆ เป็นอย่างดีจัดว่าเป็นช่องทางที่ดีเยี่ยมกับดวงตาของเรา
D-CONTACT ดีคอนแทค สรรพคุณดังนี้
- ช่วยทะนุถนอมและเพิ่มความสามารถของสมองกลีบท้ายทอย (Occipital Lobe) ที่ใช้ควบคุมการมองเห็นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
· ช่วยส่งเสริมการมองเห็นให้ชัดเจนขึ้น โดย เมื่อมีลำแสงสว่างและออกซินเจนมาตกกระทบลูกตาเรา จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตาของเรา แต่สารซานโทฟิว ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นสูงมากจะช่วยกรองแสงสีน้ำเงินบลูให้ออกไป และลดการเกิดปมปัญหา ที่จะทำให้การมองเห็นที่ไมีให้กลับมาดีดังเดิม
· ป้องกันจอตา จอนัยน์ตาประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว ดังนั้น สารซานโทฟิวจึงเป็นสารที่มีคุณประโยชน์สำหรับจอนัยน์ตา ช่วยในการหลีกเลี่ยงการทำร้ายโดยการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั้นเมื่อจอตารับแสง
· ลดการเกิดต้อกระจก สารซานโทฟิว ซึ่งเป็นแคโรทีนตัวเดียวที่มีอยู่ ที่สามารถอยู่ในผลึกเลนส์ตาได้ อนุมูลอิสระจะช่วยสลายโปรตีนในเลนส์ลูกตาและก่อให้เกิดต้อกระจก
· ช่วยรักษาการรับสีของดวงตา เมื่อมีการยักกระสายเกิดขึ้น การรับสีของจอตาผิดปกติไป เซลรับแสงรูปแท่งและรูปพีระมิดจะเกิดน้อยลง หากเราเสริมด้วยสารซานโทฟิวที่จะช่วยในการรับสีของจอตาได้ดีทีเดียว
ตอนนี้เรามาดูว่าเราต้องทานหรือไม่ ลองดูจากสรรพคุณว่าตรงหรือเหมาะสมกับท่านหรือไม่
D-CONTACT ดีคอนแทค เหมาะกับใครบ้าง :
1. บุคคลที่อาการสายตาสั้นเทียม หรือระดับสายตาสั้นของพวกเขาลึก
2. บุคคลผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์เป็นระยะเวลานาน
3. บุคคลผู้ที่มีจอประสาทตาปรวนแปรสภาพที่เกิดจากโรคเบาหวาน
4. พนักงานลูกจ้างที่ทำงานประจำสำนักงานออฟฟิตซึ่งมีการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
5. พนักงานที่ทำงานผลัดกลางคืน กะดึก มาเป็นระยะเวลานาน
6. ผู้ที่ขับรถเป็นระยะเวลานานๆ เช่นคนขับแท็กซี่ ผู้โดยสารและคนขับรถบรรทุก
7. ผู้สูงอายุที่มีสายตาฝ้าฟางที่มีแนวโน้มที่น้ำตาจะไหลเมื่อเห็นแสงจ้า, ผู้ที่มีสายตายาว, วุ้นในตาเสื่อมถอยลงงซึ่งทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดน้อยลง, เยื่อบุตาอักเสบ, ต้อกระจก, ต้อหิน, ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากๆ, ผู้ที่มีปัญหาจอประสาทตาเลนส์ตามีการเปลี่ยนแปลง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น